ศูนย์จำหน่ายเครื่องช่วยฟัง (ดิจิตอล/อนาล็อก) การันตีคุณภาพ
ปิด
bannergoodprice
เครื่องช่วยฟัง
โปรโมชั่นเครื่องช่วยฟัง
โปรโมชั่นเครื่องช่วยฟัง
โปรโมชั่นเครื่องช่วยฟัง
เครื่องช่วยฟังดิจิตอลชาร์จไฟ เครื่องช่วยฟังอันเล็กมาก เครื่องช่วยฟัง_sohu05
เครื่องช่วยฟังลดราคา
เครื่องช่วยฟังอันเล็กมาก
เครื่องช่วยฟังดิจิตอลชาร์จไฟ
เครื่องช่วยฟัง_sohu05
เครื่องช่วยฟังดิจิตอล ถ่านเครื่องช่วยฟัง พร้อมอุปกรณ์ครบชุด สินค้าคุณภาพสูง ในราคาถูก ที่ทุกคนสัมผัสได้อย่างง่ายดาย สำหรับคนที่มีการสูญเสียการได้ยิน ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพ และยอดขายมาเป็นอันดับ 1 มั่นใจในคุณภาพ รับประกันทุกชิ้น
ร้านขายเครื่องช่วยฟัง

หลักการเลือกเครื่องช่วยฟังที่ดี

เครื่องช่วยฟัง ระบบดิจิตอล จะดีกว่า ระบบอนาล็อค ตรงที่คุณภาพเสียงที่ขยายจะชัดกว่า ได้เสียงที่ใกล้เคียงกับเสียงที่เราพูดมากกว่า ลดเสียงรบกวนที่แทรกเข้ามากับเสียงของ คนพูดได้ และเมื่อถ่านหมดระบบดิจิตอลจะมีสัญญาณแจ้งเตือนให้เปลี่ยนถ่านอีกด้วย ระบบดิจิตอลจะแบบความชัดของคุณภาพตาม Channel ซึ่งเครื่องช่วยฟังที่มี Channel มากๆ ก็จะยิ่งได้เสียงที่ชัดมากยิ่งขึ้น และ ถ้าเราอยู่ในสถานที่ ที่แตกต่างกัน การได้รับเสียง ก็ต่างกันด้วย ระบบดิจิตอลเองก็สามารถตั้งโหมดไว้รองรับได้ เช่น กรณีที่ไปที่ตลาด เจอเสียงดัง ทำให้เรารับฟังไม่เป็นคำพูดก็ตั้งลดเสียงแทรกต่างๆ ลงได้

เครื่องช่วยฟัง CICT1
3,890.-
ลดจาก 8,790.-
เครื่องช่วยฟัง SU05U
7,090.-
ลดจาก 10,990.-
เครื่องช่วยฟัง CICT3
7,090.-
ลดจาก 13,500.-
SA13
3,290.-
ลดจาก 6,890.-
เครื่องช่วยฟัง CA10
2,490.-
ลดจาก 3,890.-
เครื่องช่วยฟัง CICT1
3,890.-
ลดจาก 8,790.-
เครื่องช่วยฟัง CICT4
4,190.-
ลดจาก 9,590.-
เครื่องช่วยฟัง EP08
4,190.-
ลดจาก 8,990.-
เครื่องช่วยฟัง SU05
5,090.-
ลดจาก 10,590.-
เครื่องช่วยฟัง SU05U
7,090.-
ลดจาก 10,990.-
เครื่องช่วยฟัง CICT3
7,090.-
ลดจาก 13,500.-
JH113A
990.-
ลดจาก 1,790.-
เครื่องช่วยฟัง Lantex JH116
990.-
ลดจาก 1,650.-
402
สินค้าหมด
1,990.-
ลดจาก 3,690.-
403
สินค้าหมด
2,990.-
ลดจาก 5,690.-
ถ่านเครื่องช่วยฟังเบอร์ A10
180.-
ถ่านเครื่องช่วยฟังเบอร์ A13
180.-
ถ่านเครื่องช่วยฟังเบอร์ A312
180.-
ถ่านเครื่องช่วยฟังเบอร์ A675
180.-
picreview
บทความและข่าวสาร
ใส่เครื่องช่วยฟังดีไหม ข้อดี ข้อเสีย และวิธีการตัดสินใจ
การมีปัญหาการได้ยินสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก หลายคนที่ประสบปัญหานี้อาจสงสัยว่า "ใส่เครื่องช่วยฟังดีไหม" บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียของการใส่เครื่องช่วยฟัง และวิธีการตัดสินใจที่เหมาะสมสำหรับคุณ ข้อดีของการใส่เครื่องช่วยฟัง ปรับปรุงคุณภาพการได้ยิน การใส่เครื่องช่วยฟังช่วยให้คุณได้ยินเสียงได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจในตนเอง เมื่อคุณได้ยินเสียงชัดเจนขึ้น คุณจะรู้สึกมั่นใจในการเข้าสังคมและทำกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ป้องกันการเสื่อมสภาพของการได้ยินเพิ่มเติม การใช้เครื่องช่วยฟังสามารถช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของการได้ยินที่อาจเกิดขึ้นได้หากไม่ใช้เครื่องช่วยฟัง ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การได้ยินเสียงรอบตัวช่วยให้คุณสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ และเพลิดเพลินกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ข้อเสียของการใส่เครื่องช่วยฟัง ค่าใช้จ่าย เครื่องช่วยฟังมีราคาสูง และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงอาจเป็นภาระทางการเงินได้ ความไม่สะดวกในการสวมใส่ บางคนอาจรู้สึกไม่สบายหรือไม่สะดวกในการสวมใส่เครื่องช่วยฟัง โดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ การดูแลรักษา เครื่องช่วยฟังต้องการการดูแลรักษาและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสียงรบกวน บางครั้งเครื่องช่วยฟังอาจรับเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อม เช่น เสียงลม เสียงฝน ทำให้รู้สึกไม่สบาย วิธีการตัดสินใจในการใช้เครื่องช่วยฟัง การตรวจการได้ยิน การตรวจการได้ยินโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน (audiologist) เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการประเมินว่าคุณต้องการเครื่องช่วยฟังหรือไม่ การทดลองใช้ ลองใช้เครื่องช่วยฟังที่มีอยู่ในตลาดเพื่อดูว่าคุณรู้สึกสะดวกสบายและได้ยินชัดเจนหรือไม่ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินเพื่อขอคำแนะนำในการเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับคุณ การพิจารณาค่าใช้จ่าย พิจารณางบประมาณและค่าใช้จ่ายในการซื้อและดูแลรักษาเครื่องช่วยฟัง การศึกษาข้อมูล ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องช่วยฟังประเภทต่าง ๆ และคุณสมบัติของเครื่องเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล ใส่เครื่องช่วยฟังดีไหม การใส่เครื่องช่วยฟังมีข้อดีมากมายที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพการได้ยินและคุณภาพชีวิตของคุณ แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องพิจารณาเช่นกัน การตัดสินใจในการใส่เครื่องช่วยฟังควรพิจารณาจากความจำเป็นส่วนบุคคลและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน เพื่อให้คุณสามารถเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
บัตรทองเบิกเครื่องช่วยฟังได้ไหม สิทธิและขั้นตอนการใช้บริการ
ปัญหาการได้ยินเป็นเรื่องที่สำคัญและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ประสบปัญหาอย่างมาก สำหรับผู้ที่มีบัตรทอง คำถามที่มักจะเกิดขึ้นคือ "บัตรทองสามารถเบิกเครื่องช่วยฟังได้ไหม?" บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และขั้นตอนการใช้บัตรทองในการเบิกเครื่องช่วยฟังได้อย่างชัดเจน สิทธิประโยชน์ของบัตรทอง บัตรทองเบิกเครื่องช่วยฟังได้ไหม คงเป็นคำถามที่หลายคนสงสับ บัตรทองหรือระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับการรักษาพยาบาลที่จำเป็น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งครอบคลุมถึงการรักษาโรคทั่วไป การผ่าตัด และอุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภท การเบิกเครื่องช่วยฟังด้วยบัตรทอง ปัจจุบันบัตรทองครอบคลุมการเบิกเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน แต่มีเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามดังนี้ การตรวจการได้ยิน: ผู้ที่ต้องการเบิกเครื่องช่วยฟังต้องได้รับการตรวจการได้ยินจากแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก (ENT) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน ซึ่งจะเป็นผู้ประเมินระดับการสูญเสียการได้ยินและความจำเป็นในการใช้เครื่องช่วยฟัง ใบรับรองแพทย์: ผู้ที่มีสิทธิ์เบิกเครื่องช่วยฟังต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่ามีความจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟัง ซึ่งใบรับรองนี้จะต้องมาจากสถานพยาบาลที่เข้าร่วมระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า การยื่นคำร้อง: ผู้ประสงค์จะเบิกเครื่องช่วยฟังต้องยื่นคำร้องพร้อมเอกสารที่จำเป็นต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   ขั้นตอนการขอเบิกเครื่องช่วยฟัง นัดพบแพทย์: นัดพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินที่สถานพยาบาลที่เข้าร่วมระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตรวจการได้ยิน: แพทย์จะทำการตรวจการได้ยินเพื่อประเมินระดับการสูญเสียการได้ยินและความจำเป็นในการใช้เครื่องช่วยฟัง ขอใบรับรองแพทย์: หากมีความจำเป็น แพทย์จะออกใบรับรองแพทย์เพื่อใช้ในการยื่นคำร้องขอเบิกเครื่องช่วยฟัง ยื่นคำร้อง: ยื่นคำร้องพร้อมใบรับรองแพทย์และเอกสารที่จำเป็นต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รอการอนุมัติ: รอการอนุมัติจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หากได้รับการอนุมัติจะสามารถรับเครื่องช่วยฟังได้ตามที่กำหนด   คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเบิกเครื่องช่วยฟัง ศึกษาข้อมูล: ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการเบิกเครื่องช่วยฟังจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปรึกษาแพทย์: ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินเกี่ยวกับปัญหาการได้ยินและความจำเป็นในการใช้เครื่องช่วยฟัง เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน: ตรวจสอบและเตรียมเอกสารที่จำเป็นในการยื่นคำร้องให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติ การเบิกเครื่องช่วยฟังด้วยบัตรทองเป็นไปได้และเป็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้มีบัตรทองสามารถใช้ได้ เพื่อให้ได้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับความต้องการและการดูแลที่เหมาะสม ควรปฏิบัติตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กำหนดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อให้คุณสามารถกลับมาได้ยินเสียงโลกได้อย่างชัดเจนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ปัญหาเกี่ยวกับหูตึง: สาเหตุ อาการ และการดูแลรักษา
ปัญหาเกี่ยวกับหูตึง เป็นภาวะที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการได้ยิน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แม้ว่าส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ การสูญเสียการได้ยินอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การสื่อสาร และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และวิธีการดูแลรักษาปัญหาหูตึง เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจและสามารถป้องกันหรือจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุของหูตึง ปัญหาเกี่ยวกับหูตึง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ หูตึงชนิดนำเสียง (Conductive Hearing Loss) และ หูตึง ชนิดประสาท (Sensorineural Hearing Loss) หูตึงชนิดนำเสียง: การอุดตันของช่องหู: เช่น ขี้หูที่สะสมมากเกินไป หรือวัตถุแปลกปลอม การติดเชื้อในหูชั้นกลาง: การติดเชื้ออาจทำให้เกิดการอักเสบและของเหลวสะสมในหู การเจริญเติบโตผิดปกติของกระดูกหู: เช่น การเกิดโรค Otosclerosis ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตผิดปกติของกระดูกในหูชั้นกลาง หูตึงชนิดประสาท: การเสื่อมของประสาทหู: มักเกิดขึ้นตามอายุ การได้รับเสียงดังเป็นเวลานาน: เช่น การทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง หรือการฟังเพลงเสียงดังผ่านหูฟัง โรคประสาท: เช่น โรค Meniere's หรือเนื้องอกของเส้นประสาทหู การใช้ยาบางชนิด: ยาบางประเภทสามารถทำลายเซลล์ประสาทหูได้ เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด อาการของหูตึง อาการของหูตึงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง แต่ทั่วไปแล้วอาจประกอบด้วย: ได้ยินเสียงเบาลง: ไม่สามารถได้ยินเสียงที่เคยได้ยินชัดเจน ต้องการให้คนพูดเสียงดังขึ้น: มักขอให้ผู้อื่นพูดเสียงดังหรือชัดเจนขึ้น ฟังไม่ชัดในที่มีเสียงรบกวน: การฟังพูดคุยในสถานที่ที่มีเสียงรบกวนหรือเสียงพื้นหลังทำให้ยากขึ้น ได้ยินเสียงวิ้งในหู: บางคนอาจได้ยินเสียงวิ้งหรือหึ่งๆ ในหู หลีกเลี่ยงการสนทนา: ผู้ที่มีปัญหาหูตึงอาจหลีกเลี่ยงการสนทนาเพราะรู้สึกไม่สบายใจหรืออาย การดูแลรักษาและป้องกันปัญหาหูตึง การดูแลรักษาปัญหาเกี่ยวกับหูตึงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง การรักษาอาจประกอบด้วยวิธีการทางการแพทย์และการใช้เครื่องช่วยฟัง การรักษาทางการแพทย์: การขจัดขี้หู: ในกรณีที่เกิดจากการอุดตันของขี้หู แพทย์สามารถขจัดขี้หูออกได้อย่างปลอดภัย การรักษาการติดเชื้อ: การใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาลดการอักเสบตามคำแนะนำของแพทย์ การผ่าตัด: ในบางกรณีที่มีปัญหากระดูกในหู เช่น โรค Otosclerosis การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือก การใช้เครื่องช่วยฟัง: เครื่องช่วยฟัง (Hearing Aid): เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยขยายเสียง ทำให้ผู้ที่มีปัญหาหูตึงสามารถได้ยินชัดเจนขึ้น การฝังเครื่องช่วยฟัง: เช่น Cochlear Implant สำหรับผู้ที่มีปัญหาประสาทหูเสื่อมรุนแรง การป้องกัน: หลีกเลี่ยงเสียงดัง: ป้องกันการสัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน หากจำเป็นควรใช้ที่ครอบหูหรือที่อุดหู รักษาความสะอาดของหู: หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมในการทำความสะอาดหู เช่น ก้านสำลี ตรวจสุขภาพหูประจำ: ควรตรวจสุขภาพหูและการได้ยินเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ผลกระทบของหูตึงต่อชีวิตประจำวัน ปัญหาหูตึงสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในหลายด้าน เช่น การสื่อสาร: ผู้ที่มีปัญหาหูตึงอาจพบปัญหาในการฟังและทำความเข้าใจบทสนทนา ทำให้การสื่อสารกับผู้อื่นยากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล: ปัญหาการสื่อสารอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความเครียดในความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน การทำงาน: ผู้ที่มีปัญหาหูตึงอาจพบอุปสรรคในการทำงาน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้การฟังเป็นหลัก สุขภาพจิต: ปัญหาหูตึงสามารถทำให้เกิดความเครียด ความกังวล และภาวะซึมเศร้า เนื่องจากการแยกตัวจากสังคม การรับมือกับปัญหาหูตึงในชีวิตประจำวัน การรับมือกับปัญหาหูตึงในชีวิตประจำวันสามารถทำได้โดย: การใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือ: การใช้เครื่องช่วยฟังหรืออุปกรณ์ช่วยฟังอื่น ๆ ที่ทันสมัย การเรียนรู้เทคนิคการสื่อสาร: เช่น การอ่านริมฝีปาก การใช้ภาษามือ หรือการเขียนข้อความเพื่อสื่อสาร การปรับสภาพแวดล้อม: ลดเสียงรบกวนในสภาพแวดล้อมที่ทำงานหรือที่บ้าน เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ชัดเจนขึ้น การสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน: การได้รับการสนับสนุนและความเข้าใจจากคนใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับปัญหาหูตึง ปัญหาหูตึงเป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีการดูแลรักษาจะช่วยให้เราสามารถป้องกันหรือจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การหลีกเลี่ยงเสียงดัง รักษาความสะอาดของหู และการตรวจสุขภาพหูเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาหูตึงได้อย่างมาก การใช้เครื่องช่วยฟังและการรับการรักษาทางการแพทย์ตามความจำเป็นสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีปัญหาหูตึงได้อย่างมาก การสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาหูตึงสามารถปรับตัวและมีชีวิตที่มีคุณภาพดีได้
เครื่องช่วยฟังเล็กจิ๋ว ซ่อนมิดในช่องหู
เครื่องช่วยฟังทำหน้าที่เสมือนเครื่องขยายเสียงขนาดเล็กให้ดังขึ้นโดยใส่ไว้ในช่องหู สามารถถอดเก็บได้ เครื่องช่วยฟังเล็กจิ๋ว ,ขนาดเล็ก มีทั้งหมด 4 แบบ คือ เครื่องไมโครใส่ในรูหูแบบ IIC หรือ Micro CIC เหมาะสำหรับผู้ที่ประสาทหูเสื่อมเล็กน้อยถึงปานกลาง ตัวเครื่องจะสอดลึกเข้าไปในรูหู ลำโพงและไมโครโฟนเล็กกว่าปกติที่ใช้ทั่วไป จึงมีกำลังขยายได้จำกัด เครื่องจิ๋วใส่ในรูหูแบบ CIC สำหรับผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมเล็กน้อยถึงปานกลาง ซ่อนอยู่ในรูหู ทำงานแบบอัตโนมัติ แต่อาจเพิ่มปุ่มปรับความดังหรือใช้รีโมทควบคุมได้ บางรุ่นต่อระบบไร้สายเพิ่มได้ เครื่องเล็กใส่ในช่องหู ITC สำหรับผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมเล็กปานกลางถึงมาก ซ่อนอยู่ในช่องหู มีสองไมโครโฟน ทำให้ตัดเสียงรบกวนและแยกทิศทางเสียงได้ดีขึ้น เครื่องใหญ่ใส่ในช่องหู ITE เครื่องช่วยฟังรุ่นประหยัดถ่าน เพราะใช้ถ่านก้อนใหญ่ เบอร์ 13 สำหรับผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมปานกลางถึงมาก ทำงานแบบอัตโนมัติ มีปุ่มปรับความดังหรือใช้รีโมทควบคุมได้ บางรุ่นเพิ่มระบบไร้สายได้และเชื่อมต่อกันได้และทำงานสัมพันธ์สองข้าง เช่น มีเสียงจอแจข้างขวา แต่เสียงพูดมาจากข้างซ้าย เครื่องขยายเสียงหูซ้ายมากขึ้นตัดเสียงรบกวนหรือลดการขยายเสียงหูขวา เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก เครื่องช่วยฟังเล็กจิ๋ว จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความบกพร่องการได้ยินหรือผู้ที่ประสาทหูเสื่อมเริ่มต้นจนถึงมาก โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงาน เพื่อไม่ทำให้บุคลิกภาพเสียแถมยังปกปิดการมองเห็นจากผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี มีความสะดวกคล่องตัวง่ายต่อการสวมใส่ ซึ่งเครื่องช่วยฟังขนาดเล็กอาจไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดที่เล็กอาจมีกำลังขยายของเสียงไม่เพียงพอต่อการได้ยิน สำหรับใครที่ต้องการใช้เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก ควรหมั่นทำความสะอาดช่องหูของคุณเพื่อป้องกันการสะสมของขี้หูและทำให้เครื่องช่วยฟังเกิดความเสียหายได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีเหงื่อออกเยอะ การใช้เครื่องช่วยฟังขนาดเล็กจะช่วยลดโอกาสเหงื่อไหลเข้าตัวเครื่องให้ลดน้อยลงอีกด้วย ใครที่มีปัญหาทางการได้ยินการใส่เครื่องช่วยฟังไม่ใช่เรื่องน่าอาย เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของหูเราหรือคนรอบข้าง เช่น เริ่มได้ยินไม่ชัด บางคำหายไป ได้ยินไม่ครบทั้งประโยคมีเสียงดังในหูดูโทรทัศน์เสียงดังกว่าปกติ หรือมักขอให้คู่สนทนาพูดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจเช็คอย่างละเอียดและทำการเข้ารักษาทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะถ้าไม่รีบรักษาอาจมีผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากสื่อสารกับผู้อื่นได้ยาก ทำให้ไม่อยากเข้าสังคม รู้สึกเหมือนตัวคนเดียว และอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ หรือแนะนำให้ใส่ เครื่องช่วยฟังเล็กจิ๋ว เพื่อปกปิดการมองเห็น
เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จหรือใส่ถ่านดีกว่ากัน เราควรเลือกแบบไหน
เครื่องช่วยฟังคืออะไร หลายท่านนั้นอาจไม่รู้จักเครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยฟังนั้นคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กที่สามารถใส่ในช่องหูได้ เครื่องช่วยฟังนั้นประกอบไปด้วยลำโพง ไมโครโฟน ตัวขยายเสียง และในระบบดิจิตอลมีไม่โครชิพที่เหมือนกับคอมพิวเตอร์สั่งการการทำงานได้อย่างรวดเร็ว การใส่เครื่องช่วยฟังไม่เป็นอันตรายต่อช่องหู และเครื่องช่วยฟังเหมาะสำหรับผู้ที่อาการหูตึง หูอื้อ โดยการทำงานของเครื่องช่วยฟังจะทำการรับเสียงต่างๆเข้าผ่านตัวขยายเสียงเพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาทางด้านการได้ยินนั้นได้ยินเสียงที่ชัดเจนขึ้น จับคำพูดได้ง่ายขึ้น ทำให้ผู้ที่มีปัญหาหูตึง หูอื้อ สามารถสนทนาและสื่อสารกับผู้คนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้น การใส่เครื่องช่วยฟังทำให้การใช้ชีวิตของผู้ที่มีปัญหาหูตึง หูอื้อนั้นไม่ลำบากอีกต่อไป เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จไฟแตกต่างจากเครื่องช่วยฟังแบบใส่ถ่านอย่างไร เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จไฟนั้นเป็นการชาร์จไฟให้ตัวเครื่องช่วยฟังสามารถทำงานได้ โดยมีการใช้ไฟฟ้าในการจ่ายไฟไปยังเครื่องช่วยฟังให้มีการทำงานคล้ายกับการใช้โทรศัพท์มือถือนั่นเอง และในบ้างรุ่นมีกล่องชาร์จไฟที่คล้ายกับพาวเวอร์แบงก์ที่สามารถสำรองไฟในการการชาร์จไฟเครื่องช่วยฟังนอกสถานที่ได้ สามารถพกพาและชาร์จไฟได้ในทุกที่นั่นเอง ส่วนเครื่องช่วยฟังแบบใส่ถ่านนั้นเป็นการใช้ถ่านแล้วทิ้ง โดยถ่านที่ใสช้อกับเครื่องช่วยฟังนั้นเป็นถ่านแบบ Zinc Air ที่ปลดสารปรอทและไม่เป็นอันตรายและสามารถจ่ายกระแสไฟได้อย่างเสถียร โดยการทำงานของเครื่องช่วยฟังแบบใส่ถ่านนั้นมีการทำงานจาการใส่ถ่านและกระจายกระแสไฟเข้าสู่เครื่องช่วยฟังเพื่อให้เครื่องช่วยฟังทำงานนั่นเอง โดยถ่านเครื่องช่วยฟังนั้นมีด้วยกันหลายเบอร์ซึ่งเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่นนั้นแต่ละแบบมีการใช้ถ่านเครื่องช่วยฟังที่แตกต่างกัน ถ่านเครื่องช่วยฟัง 1 ก้อนนั้นสามารถใช้งานได้โดยเฉลี่ยประมาณ 5-6 วันหากถ่านเครื่องช่วยฟังหมดเครื่องช่วยฟังนั้นจะมีสัญญาณเตือนเพื่อต้องเปลี่ยนถ่านก้อนใหม่นั่นเอง เราควรเลือกเครื่องช่วยฟังแบบไหนให้เหมาะสมที่สุด การเลือกเครื่องช่วยฟังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จหรือใส่ถ่านดีกว่ากัน เพราะหากเราเลือกเครื่องช่วยฟังที่ไม่ตรงต่อการได้ยินของเราปัญหาหูตึง หูอื้อนั้นก็ไม่ถูกแก้ไขอย่างถูกวิธี การเลือกเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมต่อการได้ยินของเราจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอีกหนึ่งอย่าง  เครื่องช่วยฟังมีทั้งแบบชาร์จไฟและแบบใส่ถ่าน ซึ่งเครื่องช่วยฟังแต่ละแบบนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป หากการใช้งานที่สะดวกและมีอาการหูตึงที่ไม่รุนแรง แนะนำเครื่องช่วยฟังแบบชาร์จไฟเพราะเครื่องช่วยฟังชนิดนี้มีกล่องชาร์จไฟที่สามารถชาร์จไฟเครื่องช่วยฟังได้ในทุกที่ และสำหรับผู้ที่หูตึงที่รุนแรงนั้นแนะนำเครื่องช่วยฟังแบบใส่ถ่านเพราะตัวเครื่องช่วยฟังชนิดนี้มีกำลังขยายที่สูงและถ่านเครื่องช่วยฟังที่ใช้เป็นแบบใช้แล้วทิ้งนั่นเอง การเลือกเครื่องช่วยฟังควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่ตอบโจทย์กับปัญหาหูตึงของผู้ใช้งานมากที่สุดนั่นเอง ทำไมต้องใส่เครื่องช่วยฟัง การใส่เครื่องช่วยฟังนั้นเป็นการชะลอการเสื่อมของเส้นประสาทหูและช่วยกระตุ้นให้เส้นประสาทหูทำงาน และการใช้เครื่องช่วยฟังนั้นช่วยให้การสื่อสารกับคนรอบข้างดีขึ้น สามารถฟังเสียงต่างๆได้ชัดเจน จับคำพูดได้ชัดเจนขึ้น สามารถสื่อสารได้อย่างรู้เรื่องและไม่ต้องถามย้ำๆในประโยคเดียว ทำให้การใช้ชีวิตของผู้ที่หูตึง หูอื้อนั้นดีกว่าเดิม และบางท่านอาจเกิดความอายหากใส่เครื่องช่วยฟังกลัวคนอื่นรู้ว่าหูตึง เครื่องช่วยฟังในปัจจุบันนี้มีแบบใส่ในช่องหูแบบขนาดเล็กที่สามารถปกปิดการมองเห็นได้เป็นอย่างนี้และไม่ทำให้เป็นกังวลในเรื่องนี้ และหากผู้ที่มีปัญหาหูตึงไม่สวมใส่เครื่องช่วยฟังอาจทำให้จากปัญหาหูตึงกลายเป็นหูหนวกได้ในอนาคตอีกด้วย สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องช่วยฟังดีๆที่ตอบโจทย์และมีให้เลือกมากมายหลากหลายรุ่นแนะนำเครื่องช่วยฟังของร้านเรามีให้มากมาย มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำพร้อมให้คำปรึกษากับทุกปัญหาหูตึง และเครื่องช่วยฟังของร้านเราปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะเครื่องช่วยฟังทุกรุ่นได้รับมาตฐานอย.สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration) ว่าปลดปล่อยต่อหูของคุณอย่างแน่นอน    
หูตึงรักษาหายไหม วิธีรับมือและแก้ปัญหาหูตึงได้อย่างไร
ก่อนมาทำความรู้จักว่าหูตึงรักษาหายไหม ต้องมาทำความรู้จักก่อนรว่าหูตึง คืออาการบกพร่องทางการได้ยิน ที่ไม่สามารถรับฟังเสียงต่างๆได้ชัดเจนและไม่สามารถจับคำพูดได้ในบางคำ อาการหูตึงนั้นเกิดขึ้นได้หลายสาเหต อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดการการประสบอุบัติเหตุ รวมถึงอายุที่มากขึ้นก็ทำให้ประสาทหูเสื่อมได้ตามอายุนั่นเอง ซึ่งอาการหูตึงนั้นสามารถพบได้มากในผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปอีกด้วย วิธีการสังเกตอาการหูตึง อาการหูตึงนั้นมีด้วยกันหลายวิธี วิธีการสังเกตง่ายว่าเราหรือคนรอบตัวเรามีอาการหูตึงหรือไม่นั้นสังเกตจากการที่เรียกไม่หันหรือพูดคุยในประโยคเดิมๆซ้ำหลายรอบ ต้องใช้เสียงดังในการพูดสนทนา เปิดโทรทัศน์เสียงดังกว่าปกติ ตะโกนพูดคุย หรือมีเสียงวิ้งๆภายในช่องหูและไม่ตอบสนองต่อเสียงต่างๆที่ได้รับฟัง รวมถึงเกิดจากการประสบอุบัติเหตุที่กระทบกับศรีษะ อาการน้ำในหูไม่เท่ากัน การติดเชื้อหัดคางทูม หูชั้นกลางหรือหูชั้นในอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบไข่สมองอักเสบเป็นต้น ทั้งนี้อาการหูตึงมักพบในผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก เพราะประสาทหูนั้นสามารถเสื่อมได้ตามอายุนั่นเอง วิธีการรักษาอาการหูตึง ในปัจจุบันอาการหูตึงนั้นยังไม่สามารถรักษาด้วยการกินยาและไม่มียารักษาอาการหูตึงได้ โดยส่วนใหญ่หากตรวจพบว่ามีอาการหูตึงนั้นสามารถใส่เครื่องช่วยฟังเพื่อช่วยในการใช้ชีวิตประจำวัน สนทนากับผู้อื่น และหากมีอาการหูตึงที่รุนแรงอาจต้องทำการผ่าตัดประสาทหูเทียม และหลายๆท่านเกิดความสงสัยว่าอาการหูตึงรักษาหายไหม ต้องบอก่อนว่าไม่สามารถรักษาหายได้ แต่ในปัจจุบันมีเครื่องช่วยฟังที่ช่วยชะลอการเสื่อมของประสาทหูและช่วยกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทหูให้ทำงานและไม่เสื่อมมากไปจากเดิม และเครื่องช่วยฟังที่เป็นระบบดิจิตอลยังสามารถลดเสียงรบกวนต่างๆทำให้เสียงที่ได้รับนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติจับคำพูดได้อย่างชัดเจนไม่ก่อให้เกิดความรำคาญของผู้ใช้งานอีกด้วย วิธีการรับมือกับอาการหูตึง หากพบความผิดปกติของการได้ยินที่เปลี่ยนไปควรทำการพบแพทย์เพื่อทำการตรวจการได้ยินหรือตรวจการได้ยินผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เมื่อพบว่ามีการบกพร่องทางการได้ยินควรรีบเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจการได้ยินและทำการรักษาตามที่แพทย์สั่ง การฟื้นฟูสมรรถภาพการได้ยินด้วยการใส่เครื่องช่วยฟังซึ่งเครื่องช่วยฟังจะทำหน้าที่ในการขยายเสียงต่างๆให้ดังขึ้นและช่วยให้ผู้ที่มีอาการหูตึงได้ยินเสียงที่ชัดเจนและดังขึ้นและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังเป็นเวลานาน อาการหูตึงรักษาหายไหม อาการหูตึงนั้นไม่สามารถรักษาหายขาดได้ แต่สามารถชะลอการเสื่อมของเส้นประสาทหูได้ด้วยการใส่เครื่องช่วยฟังในการกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทหูไม่ให้เสื่อมได้นั่นเอง เครื่องช่วยฟังนั้นเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็ก ซึ่งประกอบไปด้วยลำโพง เครื่องขยายเสียง และมีไมโครชิพที่คอยทำงานขยายเสียงต่างๆที่ได้รับให้ดังขึ้น และไม่เป็นอันตรายต่อช่องหู เครื่องช่วยฟังนั้นมีด้วยกัน 2 ระบบคือ ระบบอนาล็อกและระบบดิจิตอล ระบบอนาล็อกนั้นจะไม่สามารถลดเสียงรบกวนได้ตัวเครื่องช่วยฟังทำงานโดยขยายเสียงต่างๆที่ได้รับมาในสัดส่วนที่เท่าๆกัน ส่วนระบบดิจิตอลนั้นสามารถลดเสียงรบกวนได้ สามารถจำคำพูดได้ชัดเจน เสียงที่ผู้ใส่ได้รับจะนุ่มนวลเป็นธรรมชาติใกล้เคียงเสียงจริงมากที่สุดและทำให้ผู้ใส่ไม่เกิดความรำคาญนั่นเอง หูตึงรักษาหายไหมนั้น ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการกินยาแต่มีอุปกรณ์ที่ช่วยในการชะลอการเสื่อมของเส้นประสาทหู หรืออาการหูตึงเกิดจากหูชั้นในนั้นสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดประสาทหูเทียมและการใส่เครื่องช่วยฟังกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทหูนั่นเอง
เครื่องช่วยฟังที่เสียงรบกวนน้อยที่สุด เสียงรบกวนภายนอกเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์สำหรับผู้ใช้
ปัญหาหูตึง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะวัยผู้สูงอายุ เฉลี่ยอายุอยู่ที่ 65-80 ปี เครื่องช่วยฟังจึงเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญต่อผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน ซึ่งในปัจจุบันเครื่องช่วยฟังมีการพัฒนาจากเดิมที่ไม่มีฟังก์ชันเสริมอะไรมากมาย ทำได้เพียงนำแบตเตอรี่ใส่เครื่องและกดปุ่มเปิด-ปิด ปรับเสียงได้แค่จากตัวเครื่องเท่านั้น แต่จะเห็นได้ว่าตอนนี้เครื่องช่วยฟังมีฟังก์ชันเพิ่มขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังแบบแบตเตอรี่แบบชาร์จได้ เครื่องช่วยฟังที่เสียงรบกวนน้อยที่สุด จะมีการปรับตั้งค่าโปรแกรมกับคอมพิวเตอร์ตามค่าผลตรวจการได้ยินของผู้ใช้หรือการใช้แอปพลิเคชันปรับเครื่องช่วยฟังบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเพิ่มเสียงและลดเสียง เปลี่ยนโปรแกรมการรับฟังทำให้ไม่ต้องไปสัมผัสที่ตัวเครื่องให้ยุ่งยาก เครื่องช่วยฟังที่เสียงรบกวนน้อยที่สุด เสียงรบกวนภายนอกเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์สำหรับผู้ใช้เครื่องช่วยฟังเป็นอย่างมาก เช่น เสียงคนพูดคุยจอแจ เสียงรถ เสียงแอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอลในปัจจุบัน เสียงดังกล่าวได้ถูกลดทอนไปเป็นอย่างมาก เครื่องช่วยฟัง CRONOS จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเพราะเป็นเครื่องช่วยฟังที่มีประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ซึ่งได้การรับรองมาตรฐานจากประเทศเยอรมณี โดยเครื่องช่วยฟังยี่ห้อ CRONOSที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้ดีมีให้เลือกด้วยกันหลายรุ่น เช่น เครื่องช่วยฟัง CRONOS รุ่น ZIRCON และเครื่องช่วยฟังCRONOS รุ่นOREGONโดยทั้งสองรุ่นมีฟังก์ชันพิเศษ ดังนี้ - เครื่องช่วยฟังรุ่น ZIRCONCIC มีฟังก์ชันพิเศษสามารถปรับจูนเสียงตามผลตรวจการได้ยิน ลดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดี ปรับโหมดเสียงได้ 4 โปรแกรม เสียงมีความชัดเจนเป็นธรรมชาติ และจับคำพูดได้ดี  - เครื่องช่วยฟังรุ่น ZIRCONBTE มีช่องรับสัญญาณ 12 ชาแนล ลดเสียงรบกวนได้ 6 ระดับ - เครื่องช่วยฟังรุ่นZIRCONPRO สามารถปรับจูนเสียงตามผลตรวจการได้ยิน เสียงชัดเป็นธรรมชาติ ปรับเสียงได้ และสามารถปรับโหมดเสียงได้ 4 โปรแกรม - เครื่องช่วยฟังรุ่น OREGON สามารถปรับจูนเสียงตามผลตรวจการได้ยิน ปรับระดับความดังเสียงได้ มีระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ ป้องกันละอองน้ำและเหงื่อได้ - เครื่องช่วยฟังรุ่น OREGONX สามารถปรับจูนเสียงตามผลตรวจการได้ยิน เสียงชัดเป็นธรรมชาติมากที่สุด ตัดเสียงรบกวนได้ดี ป้องกันเสียงที่เป็นอันตรายต่อหู และยังสามารถป้องกันละอองน้ำและเหงื่อได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับรุนแรง หากต้องการเครื่องช่วยฟังที่มีประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนได้ดีเยี่ยม เครื่องช่วยฟัง CRONOS รุ่น OREGON จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะมีระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ สามารถปรับจูนเสียงตามผลตรวจการได้ยิน และมีเสียงชัดเจนเป็นธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตามการเลือกเครื่องช่วยฟังทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการได้ยิน เพื่อให้ได้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับผู้ใช้มากที่สุด
เครื่องช่วยฟังคนหูหนวกสามารถใช้งานได้หรือไม่
เครื่องช่วยฟังคืออะไร? เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กที่สามารถใส่ในช่องหูได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อระบบประสาทและช่องหูนั่นเอง โดยเครื่องช่วยฟังเป็นเครื่องช่วยขยายเสียงต่างเข้าผ่านช่องหูและเครื่องช่วยฟังนั้นประกอบไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเช่น ไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง ปัจจุบันเครื่องช่วยฟังนั้นมีหลายรูปแบบ และมีการพัฒนาคุณภาพ ให้ดีมากขึ้นและตอบโจทย์กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เครื่องช่วยฟังคนหูหนวกใช้ได้ไหม? เครื่องช่วยฟังนั้นคนหูหนวกสามารถใช้ได้ไหมเป็นคำถามที่ถูกถามกันเป็นจำนวนมาก ต้องบอกว่าเครื่องช่วยฟังนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการได้ยินสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน คนหูตึงนั่นเอง ส่วนผู้ที่มีปัญหาหูหนวกนั้นไม่สามารถใช้เครื่องช่วยฟังได้เพราะคนหูหนวกนั้นจะไม่สามารถใช้เครื่องช่วยฟังแล้วจะได้ยินเสียงเพราะประสาทหูของคนหูหนวกนั้นได้สูญเสียการได้ยินไปแล้ว จึงทำให้สวมใส่เครื่องช่วยฟังก็ไม่สามารถแก้ปัญหาทางด้านการได้ยินได้นั่นเอง หูหนวกเกิดมาจากสาเหตุใด? สาเหตุการเกิดอาการหูหนวกนั้น เกิดมาจากการสูญเสียการได้ยิน และเป็นภาวะที่ผู้ที่มีปัญหามีความสามารถในการได้ยินลดลงหรือสูญเสียการได้ยินทั้งหมด โดยเกิดขึ้นได้ตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นในภายหลัง โดยมีสาเหตุส่วนใหญ่ เช่น ประสาทหูเสื่อมเพราะอายุมากขึ้น กรรมพันธุ์ การได้รับบาดเจ็บ หรือการได้ยินเสียงดังเป็นเวลานานและปัญหานี้ทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การสื่อสารต่างๆรวมถึงปัญหาของครอบครัวได้ ดังนั้น หากพบว่าตนเองมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน หรือสูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหันกับหูข้างใดข้างหนึ่งหรือพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะมีโอกาสที่จะรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ และควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการหูหนวกไม่ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังเกินกำหนดเป็นเวลานานๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมานั่นเอง ระดับของการสูญเสียการได้ยิน หูตึงเล็กน้อย เสียงเบาที่สุดที่จะได้ยิน คือ 21-40 เดซิเบล บางรายอาจทำให้ได้ยินเสียงพูดได้ไม่ถนัด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีเสียงดังรอบ ๆผู้ที่มีปัญหาหูตึงน้อยสามารถใส่เครื่องช่วยฟังและทำให้อาการหูตึงไม่ทำให้กลายเป็นปัญหาหูตึงได้ หูตึงปานกลาง เสียงเบาที่สุดที่จะได้ยิน คือ 41-70 เดซิเบล อาจทำให้ฟังเสียงพูดได้ลำบาก หากไม่ได้ใช้เครื่องช่วยฟังจึงควนใส่เครื่องช่วยฟังในการสื่อสารเพื่อให้สื่อสารกับคนรอบข้างไม่เกิดปะยหานั่นเอง หูตึงรุนแรง เสียงเบาที่สุดที่จะได้ยิน คือ 71-90 เดซิเบล กรณีนี้ผู้ป่วยต้องใช้วิธีอ่านปากหรือใช้ภาษามือในการสื่อสาร ในขณะที่ใช้เครื่องช่วยฟังร่วมด้วยและในปัจจุบันมีเครื่องช่วยฟังที่มีกำลังขยายเพียงพอต่อระดับการได้ยินของผู้ส่วมใส่อีกด้วย หูหนวก เสียงเบาที่สุดที่จะได้ยินต้องมากกว่า 90 เดซิเบล โดยกรณีนี้ผู้ป่วยสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม (Cochlear Implant) หรือต้องสื่อสารด้วยการอ่านปากและใช้ภาษามือ ผู้ที่มีปัญหาหูหนวกจะไม่สามารถสวมใส่เครื่องช่วยฟังได้นั่นเอง การรักษาอาหารหูตึง การรักษาอาหารหูตึงนั้นมีด้วยกันหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการได้ยินของผู้ที่มีปัญหานั่นเอง หากขี้หูอุดตันจนทำให้การได้ยินเสียงแย่ลง แพทย์จะนำขี้หูออกโดยการใช้น้ำมันหยอดหูทำให้ขี้หูนิ่มลง ใช้ยาละลาย เขี่ยออก หรือดูดออก หากการสูญเสียการได้ยินมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียรักษาได้ด้วยการให้ผู้ป่วยใช้ยาปฏิชีวนะ การผ่าตัดจะมีความจำเป็นหากเกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือหากเกิดการติดเชื้อซ้ำที่ต้องสอดท่อเพื่อระบายน้ำออก รวมไปถึงการผ่าตัดเพื่อระบายของเหลว ซ่อมแซมแก้วหูที่ทะลุ หรือแก้ไขกระดูกที่เกิดปัญหา ประสาทหูเทียมเป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำงานทดแทนหูชั้นในส่วนที่ได้รับความเสียหายหรือไม่ทำงานโดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะแปลงสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่จะช่วยกระตุ้นเซลล์ขนภายในอวัยวะรับเสียงให้ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น มักจะใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการประสาทหูเสื่อมอย่างรุนแรง เช่น ผู้ป่วยหูหนวกหรือหูเกือบหนวก การใช้เครื่องช่วยฟังเป็นเครื่องที่ช่วยขยายเสียงให้ผู้ป่วยได้ยินชัดขึ้นและช่วยให้ได้ยินง่ายขึ้น โดยผู้ป่วยต้องปรึกษากับนักตรวจการได้ยินถึงประโยชน์ในการใช้เครื่องช่วยฟัง หรือวิธีการใช้และความเหมาะสมในการใช้กับผู้ป่วยแต่ละรายและไม่สามารถรักษาอาการคนหูหนวกได้ เครื่องช่วยฟังคนหูหนวกนั้นไม่ควรสวมใส่นั่นเอง
bus
ส่งด่วนส่งไว

เครื่องช่วยฟังที่ใช่

ให้ GOOD PRICE ดูแล
สอบถามเพิ่มเติม โทร.
090-419-4199
ช่องทางการติดต่อ
kseven.hearingaid@gmail.com