Menu
รีวิวจริง จากลูกค้า

เครื่องช่วยฟังดิจิตอล ราคาถูก คุณภาพสูง

เครื่องช่วยฟังดิจิตอล ถ่านเครื่องช่วยฟัง พร้อมอุปกรณ์ครบชุด สินค้าคุณภาพสูง ในราคาถูกที่ทุกคนสัมผัสได้อย่างง่ายดาย สำหรับคนที่มีการสูญเสียการได้ยิน ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพ และยอดขายมาเป็นอันดับ 1 มั่นใจในคุณภาพ รับประกันทุกชิ้น
คลิ้กดูเพิ่มเติม

เครื่องช่วยฟังคุณภาพ Good Price

เครื่องช่วยฟังราคาถูก ยอดขายอันดับ 1 เครื่องช่วยฟังเป็น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่คุณสวมใส่ในหรือหลังใบหู ของคุณ เครื่องช่วยฟังและเครื่องช่วยฟังดิจิตอล ทำให้เกิด เสียงดังเพื่อให้คนที่มีสูญเสียการได้ยินได้ฟังการสื่อสารและ การมีส่วนร่วมมากขึ้นอย่างเต็มที่ในกิจกรรมประจำวัน

หลักการเลือก เครื่องช่วยฟังที่ดี

เครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล จะดีกว่าระบบอนาล็อคตรงที่คุณภาพเสียงที่ขยายจะชัดกว่า ได้เสียงที่ใกล้เคียงกับเสียงที่เราพูดมากกว่า ลดเสียงรบกวนที่แทรกเข้ามากับเสียงของคนพูดได้ และเมื่อถ่านหมดระบบดิจิตอลจะมีสัญญาณแจ้งเตือนให้เปลี่ยนถ่านอีกด้วย ระบบดิจิตอลจะแบบความชัดของคุณภาพตาม Channel ซึ่งเครื่องช่วยฟังมี Channel มากๆ ก็จะยิ่งได้เสียงที่ชัดมากยิ่งขึ้น และ ถ้าเราอยู่ในสถานที่ ที่แตกต่างกันการได้รับเสียงก็ต่างกันด้วย ระบบดิจิตอลเองก็สามารถตั้งโหมดไว้รองรับได้เช่น กรณ๊ที่ไปที่ตลาดเจอเสียงดังทำให้เราระบฟังไม่เป็นคำพูดก็ตั้งลดเสียงแทรกต่างๆลงได้

จุดเริ่มต้น ของเสียงที่ชัดเจน

เครื่องช่วยฟัง มิใช่มีประโยชน์ต่อ ผู้สูงวัยที่การได้ยินถดถอย ,ผู้มีปัญหาทางการฟัง หรือ ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทำให้ระบบการฟังเสื่อม แต่ยังมีประโยชน์ต่อบุคลทั่วไปที่ ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังอีกดด้วย
ที่สุดของดีไซน์ และคุณภาพเสียง
เครื่องช่วยฟัง มิใช่มีประโยชน์ต่อ ผู้สูงวัยที่การได้ยินถดถอย ,ผู้มีปัญหาทางการฟัง หรือ ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทำให้ระบบการฟังเสื่อม แต่ยังมีประโยชน์ต่อบุคลทั่วไปที่ ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังอีกดด้วย
เสียงดังฟังชัด
คุณภาพสูง
เครื่องช่วยฟัง มิใช่มีประโยชน์ต่อ ผู้สูงวัยที่การได้ยินถดถอย ,ผู้มีปัญหาทางการฟัง หรือ ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทำให้ระบบการฟังเสื่อม แต่ยังมีประโยชน์ต่อบุคลทั่วไปที่ ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังอีกดด้วย

ทำไมต้องเลือกแบบ DIGITAL

เครื่องช่วยฟัง มิใช่มีประโยชน์ต่อ ผู้สูงวัยที่การได้ยินถดถอย ,ผู้มีปัญหาทางการฟัง หรือ ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทำให้ระบบการฟังเสื่อม แต่ยังมีประโยชน์ต่อบุคลทั่วไปที่ ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังอีกดด้วย
เครื่องช่วยฟัง และ เครื่องขยายส่วนบุคคล มีการออกแแบบที่ล้ำหน้าไปกว่าเมื่อในอดีต ทำให้รูป ทรงไม่น่าเกลียด และ ไม่สะดุดตาต่อผู้พบเห็น ทำให้นำไปใช้ได้ในหลายๆลักษณะ ดังที่กล่าวมา ซึ่งเครื่องช่วยฟัง ไม่เพียงแต่เหมาะสำหรับผู้มีความปกพร่องทางการได้ยิน แต่ในวันนี้เครื่องช่วยฟังยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการได้ยินที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
บทความที่น่าสนใจ
รู้แล้วห้ามทิ้ง!! ก้านพริกแห้ง สรรพคุณล้างไต รักษาโรคเบาหวาน ได้ผลดีจริง
อาหารแต่ละอย่างของคนไทยมีส่วนผสมหลายอย่างในการปรุงรสอาหารให้อร่อยแและน่าทานหนึ่งในนั้นก็คือ พริก ช่วยให้อาหารมีรสจัดจ้านขึ้น เพิ่มสีสันให้น่าทานขึ้น แล้วคนส่วนใหญ่จะเด็ดแค่เม็ดพริกเท่านั้น ส่วนก้านพริกก็ทิ้งไป แต่หารู้ไม่ว่า ก้านพริก นั้นมีประโยชน์เกินกว่าจะทิ้งได้ มีผู้ป่วยโรคเบาหวานท่านหนึ่งเป็นมานาน 20 ปี  และยังเป็นโรคหลอดเลือดตีบจนถึงขั้นอัมพฤกษ์อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้นจะเสี่ยงต่อไตวายมาก แต่ผู้ป่วยท่านนี้ไปตรวจดูอาการแต่กลับไม่พบว่ามีความเสี่ยงต่อไตวายเลย ผู้ป่วยท่านนี้ได้บอกว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ได้สูตรยาสมุนไพรจีนสำหรับล้างไตมาจากเพื่อนคนหนึ่ง และได้ใช้มาตลอดจนถึงทุกวันนี้ สูตรการทำยา – นำก้านพริกขี้หนู (อาจใช้พริกอะไรก็ได้) ล้างให้สะอาดปราศจากสารเคมี แล้วนำมาตากแห้ง – หยิบก้านพริกแห้งมาหนึ่งกำมือ ต้มกับน้ำขนาด 3 แก้วให้เดือดไปเรื่อยๆ จนน้ำเหลือ 1 แก้ว สำหรับดื่มมื้อเช้า – แล้วทำใหม่อีกครั้งดื่มมื้อเย็น เป็นเวลา 7 วัน ในทุกๆ รอบ 6 เดือน ผลที่จะเห็น คือ ในวันแรกๆ ที่ดื่มนั้น ปัสสาวะจะมีสีขุ่นเหลืองมาก จนวันถัดๆ มาจะมีสีใสขึ้นเรื่อยๆ เห็นไหมค่ะ ก้านพริกที่ใครต่อใครไม่คิดว่าคงไม่มีประโยชน์ แต่แท้จริงแล้วกลับมีประโยชน์อย่างมากในการรักษาไต อย่างไรก็ลองนำไปทำไว้ทานกันดูนะค่ะ
มาตรวจเช็คระดับการได้ยิน มาดูกันว่าคุณอยู่ในระดับไหน
ในระดับการได้ยินการเข้าใจคำพูดเริ่มใช้ dB มากกว่า 26 ควรเริ่มใช้ช่วยเครื่องฟังในเบื้องต้น เพราะระดับความพิการ อยู่ในระดับหูตึงน้อย อาจจะใช้เครื่องที่มี dB ไม่สูงมากนะ เพราะจะไม่ทำลายแก้วหู ประสาทรับเสียง ระดับการได้ยิน / ระดับความพิการ / ความสามารถในการเข้าใจคำพูด0-25 dB / ปกติ / ไม่ลำบากในการรับฟังคำพูด26-40 dB / หูตึงน้อย / ไม่ได้ยินเสียงกระซิบ41-55 dB / หูตึงปานกลาง / ไม่ได้ยินเสียงพูดปกติ56-70 dB / หูตึงมาก / ไม่ได้ยินเสียงพูดที่ดังมาก71-90 dB / หูตึงรุนแรง / ได้ยินไม่ชัดแม้ต้องตะโกน>90 dB / หูหนวก / ตะโกน หรือใช้เครื่องขยายเสียงก็ไม่ได้ยิน
ฟังเพลงจาก Ipod Iphone เสี่ยงต่อการหูตึง จริงหรือ????
นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กล่าวว่า โดยปกติหูมีหน้าที่ในการได้ยิน และการทรงตัวของร่างกาย หูสามารถทนรับฟังเสียงได้ไม่เกิน 90 เดซิเบล เท่านั้น โดยหูฟังเอ็มพี 3 ไอพอด โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในขณะนี้ ยังไม่มีการควบคุมมาตรฐานความดังเสียงที่ปลอดภัยดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรรับฟังในระดับความดังไม่เกิน 80 เดซิเบล หูฟังที่มีจำหน่ายในท้องตลาดขณะนี้มี 3 ประเภท คือ แบบแยงเข้าไปในรูหู (in-ear หรือ ear-plug) แบบแปะ หรือสวมแนบพอดีหู และแบบครอบที่ใบหู แต่ที่วัยรุ่นนิยมมากที่สุดเป็นแบบแยงเข้าไปในรูหู เพราะมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก แยกแยะเสียงดนตรีได้ชัดเจน หาซื้อง่ายตามแผงลอย ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 30 บาทขึ้นไป การฟังเพลงจากหูฟังชนิดนี้เสี่ยงอันตรายสูงกว่าหูฟังประเภทอื่น เนื่องจากตัวลำโพงหูฟังจะอยู่ใกล้กับประสาทรับเสียงในหูมากที่สุดนพ.สมเกียรติ กล่าวว่า เพลงที่วัยรุ่นนิยมฟังจะมีหลากหลายแนว เช่น ป๊อป ร็อค ฮิพฮอพ แร็พ พั้งก์ เป็นต้น เป็นเพลงประเภทที่มีจังหวะแรง เร็ว เสียงเบสกระแทกหู หากฟังเสียงดังเกินไป จะมีผลต่อระบบประสาทการได้ยิน ซึ่งการฟังเพลงที่มีความดังเกิน 80 เดซิเบล เป็นเวลานาน จะเป็นอันตรายต่อเซลล์ประสาทรับสัญญาณในหู ทำให้เสื่อมลงไปเรื่อยๆ จนเกิดอาการหูตึง ต้องฟังเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้"มีรายงานผลสำรวจวัยรุ่นไทยในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายใน กทม.พบว่า หูตึงสูงถึงร้อยละ 70 การฟังเพลงจากหูฟังหากเปิดเสียงดังไม่ควรฟังนานเกินครึ่งชั่วโมง เพราะเสียงอาจดังมากเกินไป เช่น อาจดังกว่า 110 เดซิเบล จะทำให้เกิดภาวะหูตึงแบบถาวร การฟังที่เป็นอันตรายต่อหูมากที่สุดคือ การเสียบหูฟังตลอดเวลา ไม่เว้นแม้เวลาหลับ จะเป็นตัวเร่งทำให้หูตึงเร็วขึ้น เนื่องจากแก้วหูจะทำงานตลอดเวลา และจะมีผลหลังจากตื่นนอน จะทำให้อารมณ์หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน ส่งผลให้เป็นคนอารมณ์ร้ายถึงก้าวร้าว เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง อาการหูตึงจะเกิดทั้งสองข้างพร้อมกัน หากขับขี่รถจะเกิดปัญหาจราจร เพราะไม่ได้ยินเสียงแตรรถ"นพ.สมเกียรติกล่าวนพ.สมเกียรติ กล่าวว่า ในส่วนของเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ หากฟังเพลงจากหูฟังและเปิดเสียงดังเกินไป นอกจากจะทำให้ประสาทหูเสื่อมจนหูหนวกแล้ว ยังทำให้พัฒนาการของสมองในด้านการเรียนรู้ของเด็กลดลง เนื่องจากเซลล์ประสาทรับคลื่นเสียงของเด็กอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่ มีความไวต่อการเสื่อมจากเสียงดังมากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้การได้ยินต่ำกว่ามาตรฐานของเด็กในวัยเดียวกัน และจะมีผลไปถึงการพูดของเด็กด้วย เพราะการได้ยินกับการพูดจะสัมพันธ์กัน หากการได้ยินไม่ดีการพูดก็จะไม่ดีด้วย อาจเกิดปัญหาในการเรียนต่อไป หรืออาจต้องพึ่งเครื่องช่วยฟังเสียงตั้งแต่วัยเด็ก ความสามารถในการทำงานลดลงเมื่อเติบโตและทำงาน การติดต่อประสานงานเพี้ยนไป